10 วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

0
5488

แชมพูบัวศรีฟ้ารักษาผมร่วง

รีวิวแก้ผมร่วง By พี่นิ่ม จ้า…

ใครมีปัญหาผมร่วงไลน์มาปรึกษากันได้ค่ะ

ขอเริ่มเรื่องจาก ก่อนหน้านี้พี่นิ่มมีปัญหาผมร่วงมานานเป็นปี ไม่รู้เกิดจากอะไร ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน แต่ผมก็ร่วงเยอะขึ้นเรื่อยๆ ลองพยายามหาแชมพูดีๆ ที่เค้าแนะนำกัน ราคาแพงๆ ก็ลองมาแล้ว เพื่อนแนะนำให้ไปหาหมอแต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ เสียเงินไปหาหมอเยอะอยู่เหมือนกัน จนเพื่อนสนิท (คุณแอ็นท์) ได้แนะนำแชมพูบัวศรีฟ้า เป็นแชมพูสมุนไพร ให้เอามาลองใช้ ใจเราก็นึกว่าเอาอีกแล้ว มันก็คงเหมือนยี่ห้ออื่นนั่นแหละ แต่โดยส่วนตัวพี่นิ่มเองชอบผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่ามันดีกว่าสารเคมี ก็เลยลองเปิดใจดูอีกซักตั้ง..

ผมร่วงเยอะมาก
ผมพี่นิ่มเองค่ะ ผมร่วงเยอะมากๆๆๆ (ก่อนใช้)

แชมพูตัวนี้เป็น แชมพูใบชะครามกับรากฟักข้าว (เคยกินแต่ใบชะคราม อร่อยด้วย ไม่คิดว่าจะช่วยลดผมร่วงได้) แล้วก็ยังมีสมุนไพรตัวอื่นๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหนังศีรษะและเส้นผมอีกกว่า 9 ชนิด ได้แก่ ใบกะเม็ง อัญชัน ขิง มะหาด ส้มป่อย หญ้าหางม้า ใบหมี่ ใบชะคราม และรากฟักข้าว

หลังจากได้ใช้ไปอาทิตย์ก็ยังไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่พอผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ สัมผัสได้เลยว่า ผมร่วงน้อยลงจริงๆ เพราะปกติผมของพี่นิ่มจะร่วงเยอะเต็มพื้นห้อง ต้องกวาดทุกวัน แต่หลังใช้แชมพู 2 สัปดาห์ผมร่วงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ อ่ะข้อแรกผ่าน ช่วยลดผมร่วงได้จริง..

ผมร่วงเยอะมาก
ก่อนใช้เซรั่ม ผมพี่นิ่มบางมาก นอยด์มากๆ

ส่วนอีกปัญหาของพี่นิ่มคือ บริเวณขมับด้านขวาผมบาง!! ก็เลยทดลองใช้เซรั่มปลูกผม เป็นสูตรเดียวกันกับแชมพู (ใบชะครามกับรากฟักข้าว).. พี่่นิ่มใช้แชมพูต่อเนื่อง แล้วก็ทาเซรั่มเช้าเย็นทุกวัน ผ่านไปประมาณ 1 เดือน ผมที่เคยบางก็หนาขึ้น ตามรูปเลยค่ะ ^^ จากที่เคยเสียความมั่นใจเรื่องผมร่วงผมบาง วันนี้กลับมามั่นใจอีกครั้ง..

ผมร่วงเยอะมาก
หลังใช้เซรั่ม ผมหนาขึ้น ดีใจสุดๆ

ผมร่วงเยอะมาก
ผมหนา สุขภาพดีขึ้น มั่นใจมากขึ้นค่ะ

คำแนะนำ เคล็ดลับของพี่นิ่ม !!!

  • หยุดทำสีผม หยุดดัดผม สารเคมีทุกชนิด
  • ไม่เป่าผมด้วยไดร์ร้อน เป่าผมด้วยพัดลมแทน
  • เป่าผมให้แห้งก่อนนอน ไม่นอนตอนผมเปียก
  • ไม่หนีบผม
  • ไม่สระผมด้วยน้ำอุ่น
  • รับประทานให้มีประโยชน์มากขึ้น
  • ออกกำลัง ทำจิตใจให้ผ่องใจ อารมณ์ดี ลดความเครียด

ใครที่มีปัญหาผมร่วง ลอง Add Line คลิ๊กแอดไลน์ มาปรึกษาได้นะคะ แชมพูตัวนี้พี่นิ่มทดลองใช้ด้วยเองแล้วมันดีจริงๆ จึงกล้าบอกต่อค่ะ อยากให้ลองใช้แชมพูและเซรั่มบัวศรีฟ้ากันดูนะคะ

เพิ่มเพื่อน

รวมสูตรแก้ผมร่วง วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน วิธีไหนที่ดีที่สุด

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีแก้ผมร่วง เราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าสาเหตุจริงๆ แล้วที่ทำให้ผมร่วงนั้นเกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง

10 สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

1. ผมร่วงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สาเหตุนี้เป็นผลกระทบโดยตรงที่ทำให้ผมร่วง สาเหตุการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ก็อย่างเช่น ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน ผมร่วงหลังคลอด เพราะหลังคลอดฮอร์โมนของร่างกายมักมีการเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลัน ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด หรือผู้ที่มีอาการผมร่วงหลังจากได้รับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงแทบทั้งสิ้น เพราะฮอร์โมนในร่างกายนั้นไม่สมดุล

2. ผมร่วงจากกรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม ซึ่งได้รับมาจากทางฝ่ายเป็นพ่อหรือฝ่ายแม่ ซึ่งสาเหตุนี้จะพบได้มากที่สุดถึงร้อยละ 90 ของผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้าน ผมบาง ส่วนมากอาการที่แสดงออกให้เห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ บริเวณกลางศีรษะผมจะบางมากจนเห็นหนังศรีษะ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

  • ผมร่วงระยะเริ่มต้น ผมเริ่มบางลง ตามรอยที่แสกผมจะเริ่มเห็นได้ ลักษณะเส้นผมที่เคยหนาก็จะเริ่มเล็กลงบางลง สำหรับระยะนี้ยังไม่ต้องถึงขั้นปลูกผม เพราะเป็นระยะเริ่มแรกเท่านั้น ควรดูแลและบำรุงผมให้มากขึ้น
  • ผมร่วงระยะเริ่มรุนแรง ผมเริ่มบางมากขึ้นจนเริ่มเห็นหนังศรีษะได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะจะเริ่มขยายวงใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม วิธีการรักษาเบื้องต้นควรใช้ยาเพื่อชะลอการหลุดร่วงของผม และช่วยให้ผมร่วงน้อยลง หรือสำหรับใครที่ต้องการปลูกผมก็สามารถทำได้
  • ผมร่วงระยะรุนแรง  ในระยะนี้ลักษณะผมจะบางมากจนเห็นหนังศรีษะได้ชัดมาก ในบางกรณีก็เห็นหนังศรีษะเป็นมันวาว บริเวณที่ศีรษะล้านขยายวงกว้างไปโดยรอบเป็นวงใหญ่ ซึ่งเกิดจากการสูญเสียผมไปเป็นจำนวนมาก

ภาวะผมร่วง

3. ผมร่วงจากภาวะหลังคลอด ส่วนใหญ่จะพบอาการผมร่วงหลังคลอดประมาณ 3 เดือน สาเหตุเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพราะในช่วงที่ตั้งครรภ์ทารกฮอร์โมนบางชนิดมีการเพิ่มปริมาณขึ้นทำให้ผมร่วงน้อยลงอย่างมาก เมื่อหลังจากคลอดแล้วฮอร์โมนตัวนี้จะลดระดับลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนกลับเข้ามาสู่ระดับปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นในเวลา 6 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและหาแนวทางรักษา

4. ผมร่วงจากการใช้ยาบางประเภท ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่ายาบางชนิดก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ยารักษาโรคเก๊าท์ ยาต้านเกล็ดเลือด ยาคุมกำเนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า วิตามินเอก็เช่นกัน หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้นการใช้ยาเหล่านี้ ควรได้รับคำแนะนำกับแพทย์อย่างใกล้ชิด ผมร่วงเนื่องจากการใช้ยา อาการผมร่วงจะลดลงเมื่อหยุดยาเหล่านี้

5. ผมร่วงจากโรคบางชนิด ยกตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคลูปัส โรคเหล่านี้ในระยะเริ่มแรกจะมีอาการผมร่วงแสดงออกให้เห็น ดังนั้นใครที่มีผมร่วงและกลัวว่าจะเป็นโรคเหล่านี้ ก็สามารถไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยได้จะได้ไม่ต้องกังวลใจมากเกินไปนัก

6. ผมร่วงจากเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งอาจเกิดจากการสระผมแล้วไม่ยอมเช็ดผมให้แห้ง ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ หรือเป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ดังนั้นหลังสระผมหรือหลังจากที่ผมเปียกทุกครั้งควรเช็ดผมให้แห้ง

7. ผมร่วงจากภาวะความเครียด ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วง ผมหงอก มากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลไปถึงเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงรากผม ทำให้ผมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนำไปสู่ปัญหาผมร่วงในที่สุด

8. ผมร่วงจากการขาดวิตามิน หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ สาเหตุของผมร่วงอาจเกิดได้จากการที่ร่างกายขาดวิตามินบีและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 6 ไบโอติน อินโนซิทอล และโฟลิกแอซิด แมกนีเซียม ซัลเฟต สังกะสี โดยเฉพาะวิตามินบี 5 และ b3 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อเส้นผม เพราะเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม  ในกลุ่มคนที่ขาดวิตามิน เมื่อร่างกายได้รับวิตามินหรืออาหารในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดผมร่วงได้ แต่ในบางกรณีต้องระวังเช่นกัน เช่น หากใครที่ได้รับวิตามินเอสูงเกินขนาดที่ร่างกายต้องการอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้

9. ผมร่วงเนื่องจากใช้สารเคมีบ่อยเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการย้อมสีผม การยืดผม การดัดผม สารเคมีต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมเสียและส่งผลให้ผมร่วงในที่สุด ในบางกรณีอาจพบว่าหนังศรีษะก็แพ้ระคายเคือง ทำให้หนังศีรษะอ่อนแอ ก็จะยิ่งส่งผลเสียมากขึ้นอีก ดังนั้นใครที่ชอบทำสีดัดผมยืดผมก็ลดจำนวนครั้งลงหน่อยนะคะ เพื่อสุขภาพผมที่ดีของคุณเอง

10. ผมร่วงเนื่องจากเลือกใช้แชมพูสระผมหรือครีมนวดไม่ตรงกับสภาพเส้นผมของคุณ ในปัจจุบันมีแชมพูยาสระผมให้เลือกซื้อมากมายหลายแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นสารสกัดทางเคมีแทบทั้งสิ้น เราจึงขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนยาสระผมจากเดิมมาใช้แชมพูสมุนไพรบัวสีฟ้า ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ช่วยรักษาบำรุงผมและลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี และยังช่วยชำระล้างความมันบนหนังศีรษะได้อย่างหมดจด หากใครที่ใช้แชมพูเคมีมาอย่างต่อเนื่อง ลองดูนะคะเปลี่ยนมาใช้แชมพูสมุนไพร ให้สมุนไพรได้ชำระล้างสารเคมีตกค้างต่างๆ ให้กับหนังศีรษะคุณเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

วิธีป้องกันผมร่วง

20 เคล็ดลับวิธีป้องกันผมร่วง ก่อนที่จะสายเกินแก้

1. สระผมด้วยวิธีที่ถูกต้อง

ใน 1 วันควรไม่ควรสระผมมากกว่า 1 ครั้ง และก่อนการสระผมทุกครั้งควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ก่อนที่จะชโลมแชมพูสระผมลงบนเส้นผมของคุณ เพราะคุณรู้หรือไม่ว่าบนเส้นผมของคุณมีสิ่งสกปรกติดอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคราบเหงื่อหรือสิ่งสกปรกต่างๆ จึงควรล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปเสียก่อน แล้วจึงค่อยชโลมแชมพูเพื่อทำความสะอาดเส้นผม เวลาสระผมทุกครั้งคุณไม่ควรขยี้ผมแรงๆ หรือใช้เล็บเกาหนังศีรษะ เพราะนั่นอาจทำให้หนังศรีษะเป็นแผลและเกิดการติดเชื้อได้อย่างง่ายดาย การสระผมควรใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะ เป็นวงวงอย่างเบาๆ เพราะนอกจากจะไม่ทำร้ายหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยถนอมเส้นผมและทำให้ระบบไหลเวียนบริเวณหนังศีรษะไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้นอีกด้วย 

2. เลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น

หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง คุณควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เพราะหลายคนมักจะชื่นชอบการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น และมักเข้าใจผิดว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นนั้นจะล้างความสกปรกได้ดีกว่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคุณเข้าใจผิดเพราะความจริงคือ น้ำอุ่นจะทำร้ายเส้นผมของเราทำให้ผมแห้งแตกปลายรวมไปถึงหนังศีรษะก็แห้งด้วยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้เป็นของเราอ่อนแอมากกว่าที่ควรจะเป็น และทำให้ผมร่วงในที่สุด ดังนั้นเป็นไปได้ก็ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำในอุณหภูมิปกติแทนน้ำอุ่นนะคะ

3. เลือกใช้ยาสระผมและครีมนวดบำรุงผมให้เหมาะกับเส้นผมของเรา

ยาสระผมและครีมนวดที่เลือกใช้ควรมีฤทธิ์อ่อนๆ หากเป็นแชมพูหรือครีมนวดที่เป็นออแกนิคก็จะยิ่งดี ส่วนผสมในแชมพูควรจะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงเส้นผมเป็นสำคัญ แชมพูบัวศรีฟ้ามีส่วนประกอบสำคัญเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดผมร่วง และยังมีส่วนประกอบของวิตามินหลักๆ ที่สำคัญที่ช่วยในการบำรุงให้เส้นผมเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ลองให้แชมพูบัวศรีฟ้าเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วงทางเลือกหนึ่งของคุณดูนะคะ

4. สวยจากภายในด้วยการออกกำลังกาย

นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้ดี ทำให้จิตใจผ่องใส ไม่เครียด ไม่กังวล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เส้นผมของคุณแข็งแรงด้วย วิธีนี้ง่ายมากๆ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ

5. เลิกลดความอ้วนแบบผิดวิธี

สำหรับสาวๆ ที่ชอบลดความอ้วนด้วยการอดอาหารนั้น นอกจากจะทำให้ร่างกายของคุณไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอแล้วยังส่งผลไปถึงเส้นผมของคุณอีกด้วย เพราะเมื่อร่างกายได้สารอาหารไม่ครบถ้วน เส้นผมของคุณก็จะอ่อนแอบอบบางและส่งผลให้หลุดร่วงได้ง่ายขึ้น การรับประทานอาหารควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงวิตามินเกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญด้วย โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง และที่สำคัญควรดื่มน้ำอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่ผงชูรส และเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงบุหรี่ด้วย ทำได้เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ผมของคุณกลับมาแข็งแรงดังเดิม

6. สำหรับคนผมยาวไม่ควรรัดผมแน่นมากเกินไป

เพราะการมัดผมรวบผมตึงๆ หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไป ก็จะเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้เช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ชอบรัดผมหรือถักผม ควรปล่อยผมเสียบ้าง เพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ดึงรั้งหนังศรีษะ และที่สำคัญก็ไม่ควรสวมหมวกตลอดเวลา เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สุขภาพผมคุณดีขึ้นได้แล้ว เป็นอีกวิธีการป้องกันผมร่วงผมเสียได้แบบไม่ยาก

7. หมักผมด้วยสูตรจากธรรมชาติ

ใน 1 สัปดาห์ลองหาเวลาซัก 1 วัน ในการหมักผมด้วยสูตรธรรมชาติ เพื่อบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ เช่น หมักผมด้วยไข่แดงผสมน้ำผึ้ง หรือจะหมักด้วยน้ำแอปเปิ้ลหมักประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก่อนสระผมด้วยแชมพู เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมของคุณให้แข็งแรงและช่วยลดผมร่วงได้แล้วค่ะ

8. นวดศีรษะตัวช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

ทำได้ง่ายๆ โดยใช้นิ้วมือทั้ง 5 วางลงบนศรีษะแล้วนวดเบาเบาเป็นวงกลม หรือบางคนอาจจะใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ นวดก็ได้เช่นกัน ควรนวดอย่างน้อย 15 นาทีต่อวัน เวลานอนไม่ควรนอนยกหมอนสูง ควรนอนให้ศีรษะอยู่ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าร่างกาย เพราะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้อย่างทั่วถึง

9. กำจัดรังแคซะ

การกำจัดรังแคบนหนังศีรษะของคุณซะจะช่วยลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี เพราะรังแคเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการคันบนหนังศีรษะ และเมื่อเราเก่าก็จะเป็นการทำร้ายหนังศีรษะโดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงในเวลาต่อมา ดังนั้นเราก็ต้องจัดการกับตัวต้นเหตุนั้นก็คือ “รังแค” ควรเลือกใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมช่วยกำจัดรังแค หากไม่หายก็ลองไปพบแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาให้หายขาด

10. ไม่ควรนอนทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้ง

สำหรับใครที่ชอบสระผมตอนกลางคืน ต้องระวังเป็นพิเศษ การที่เรานอนทั้งที่ผมยังเปียกอยู่นั้น อาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ง่าย และจะทำให้เชื้อราแพร่กระจายไปยังหมอน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ ทำให้คันหนังศีรษะ และเป็นรังแคในที่สุด ซึ่งเป็นผลทำให้หนังศีรษะอ่อนแอ ผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย และเวลานอนก็ไม่ควรมัดผมเพราะจะทำให้เส้นผมหักงอโครงสร้างผมเสีย
แชมพูปลูกสมุนไพร

11. หลีกเลี่ยงสารเคมีทุกชนิด

ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาย้อมสีผม น้ำยายืดผม น้ำยาโกรกผม น้ำยาดัดผม และสารเคมีชนิดอื่นๆ

12. หลีกเลี่ยงผมจากความร้อน

เช่น การไดร์ผม หรือหนีบผม เพราะการที่ผมได้รับความร้อนต่อเนื่องเป็นประจำ จะทำให้ผมเสียเปราะบางขาดง่าย ความร้อนเหล่านี้จะไปทำลายเคลือบผม รวมไปถึงโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ดังนั้นสำหรับสาวๆ ผมยาว หลังสระผมลองหันมาใช้พัดลมเป่าผม หรือจะเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่มีลมเย็นมาใช้ก็จะเป็นการดีกว่า หรือจะลองเลือกใช้สเปรย์เนเชอรัลสปริงมิสต์ของบัวศรีฟ้า เป็นสเปรย์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับคนผมร่วงโดยเฉพาะ สเปรย์จะช่วยป้องกันรังสี uv ช่วย เพิ่มความนุ่มลื่นให้กับเส้นผม ไม่ทำให้เส้นผมพันกัน ผมนุ่มสลวย และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ

13. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมให้ถูกประเภท

ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผม ไม่ว่าจะเป็น เจล สเปรย์ แว๊ก มูส ส่วนใหญ่จะมีเนื้อครีมที่หนา เพราะจะช่วยล็อคทรงผมให้อยู่ได้ยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมเหล่านี้จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก alcohol คือตัวร้ายสำหรับเส้นผมที่จะทำให้ผมของเราแห้งเสียได้ง่าย ข้อแนะนำคือให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมที่มีเนื้อครีมบางเบา ถ้าเป็นสเปย์ก็เลือกใช้แบบที่ไม่ทำให้เส้นผมเหนียวเหนอะหนะมากจนเกินไป ก็จะทำให้ช่วยลดผมร่วงลงได้บ้าง

14. ทุกสัปดาห์ควรทำความสะอาดหวี

เพราะในแต่ละวันก็มีสิ่งสกปรกที่อยู่ตามเส้นผมของเรา การใช้หวีหรือแปรงผมโดยที่ไม่ทำความสะอาดก็เหมือนเป็นการหมักผมสะสมของเชื้อแบคทีเรียไว้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการนำแปรงออกมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคและแบคทีเรียจากหวีอันเป็นสาเหตุที่จะทำให้ผมร่วง

15. ขณะที่ผมเปียกไม่ควรทำรุนแรงกับเส้นผม

อย่างเช่น การหวีผมแรงๆ การใช้ผ้าเช็ดผมแรงๆ เพราะขณะที่ผมเปียกนั้นเส้นผมจะอ่อนแอมากกว่าปกติ และยังเป็นการทำให้สารเคลือบรวมไปถึงโปรตีนที่เคลือบเส้นผมอยู่ถูกทำลายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นขณะที่ผมเปียกควรเช็ดผมอย่างเบามือเพื่อเป็นการถนอมเส้นผมของคุณ

16. หลีกเลี่ยงการตากแดด โดนแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ

โดยเฉพาะในช่วงเช้าตั้งแต่ 10 โมงจนถึงช่วงบ่าย 2 โมง ในช่วงเวลานี้รังสียูวีจะทำร้ายเส้นผมของคุณได้ง่ายมากๆ โดยเฉพาะในบ้านเราอากาศร้อนมากๆ ก็จะทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และรังสียูวียังทำลายเคลือบผมโปรตีนที่เคลือบเส้นผมของเราอยู่ ทำให้ผมและบางอ่อนแอขาดหลุดร่วงได้อย่างง่ายดาย การใช้สเปรย์หรือเซรั่มบำรุงผมจะช่วยปกป้องเส้นผมของคุณจากแสงแดดได้ดีกว่า

17. หลังว่ายน้ำทุกครั้งควรล้างผมด้วยน้ำสะอาด

และสระผมในทันทีไม่ควรทิ้งไว้จนแห้งหรือข้ามวัน เพราะนั่นอาจทำให้ผมของคุณเสียได้มากกว่าเดิม

18. สำหรับสาวๆ ที่มีการใช้ยาคุม

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะส่วนใหญ่คนที่ใช้ยาคุมกำเนิดจะมีปัญหาผมหลุดร่วง ซึ่งพบได้บ่อยเพราะฮอร์โมนของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพราะในยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบที่เป็นฮอร์โมนเพศชาย ข้อแนะนำเบื้องต้นคือให้เลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายในปริมาณที่ไม่สูงมาก ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงจากการใช้ยาคุมได้พอสมควร

19. หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูแห้งบ่อยๆ

สำหรับใครที่เน้นความสะดวก แล้วมักจะเลือกใช้แชมพูแห้งสระผม รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมของคุณร่วงมากขึ้น เพราะการใช้แชมพูแห้งจะทำให้หนังศีรษะของคุณมีสารเคมีตกค้างอยู่ ทำให้หนังศีรษะเกิดการอุดตัน ส่งผลให้รากผมอ่อนแอและผมหลุดร่วงได้ ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นมากจริงๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูแห้งจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

20. ป้องกันผมร่วงจากการใช้ยาบางประเภท

เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด ยาแก้โรคซึมเศร้า หรือยาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ผู้ที่ใช้ยากลุ่มเหล่านี้อาจจะมีปัญหาผมร่วงมากกว่าคนปกติ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา ซึ่งกรณีเช่นนี้ต้องปรึกษากับแพทย์ผู้รักษาโรคว่าจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง สำหรับใครที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ไม่ควรทิ้งไว้ เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปพบแพทย์เพื่อหาทางป้องกันหรือรักษาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจทำให้คุณเสียเส้นผมของคุณไปตลอดกาล

วิธีแก้ปัญหาผมร่วง

10 วิธีแก้ปัญหาผมร่วง จัดการผมร่วงได้อยู่หมัด

1. ลดผมร่วงด้วยแชมพูแก้ผมร่วง

การเลือกใช้แชมพูสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการป้องกันผมร่วงลดผมร่วง เช่น ฟักข้าว ใบชะคราม ว่านหางจระเข้ ขิง เป็นส่วนผสม แชมพูสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ และช่วยลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี
แชมพูแก้ผมร่วง

หรือจะเลือกใช้แชมพูที่มีสรรพคุณที่ช่วยลดการเปลี่ยนฮอร์โมนเทสเตอโรนไปเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งฮอร์โมนดีเอชทีนี้จะทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง ทำให้เส้นผมที่งอกออกมามีเส้นเล็กและบาง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมเปราะบาง ขาดหลุดร่วงง่าย

2. ทำทรีทเมนท์ลดผมร่วง 

การทำทรีทเมนท์หมักผมก็เหมือนกับการสระผมด้วยแชมพูแก้ผมร่วง ทำโดยการนำทรีทเมนท์แก้ผมร่วงมาหมักพอกให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วใช้หมวกหรือผ้าคลุมผพันทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ตัวทรีทเมนท์จะเข้าไปบำรุงเส้นผมและให้สารอาหารที่จำเป็นแก่เส้นผม แต่มีข้อแนะนำว่า หากใช้ทรีทเม้นท์แล้ว เวลาสระผมก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดอีก

3. แก้ผมร่วงด้วยการใช้เซรั่มปลูกผม

เซรั่มปลูกผมบัวศรีฟ้าเป็นเซรั่มสมุนไพร ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรที่ช่วยในการปลูกผมและลดผมร่วงโดยเฉพาะ เป็นสมุนไพรสกัดเข้มข้น ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี จึงไม่ทำให้แพ้ระคายเคือง วิธีการใช้ใช้คู่กับแชมพูครีมนวดบัวสีฟ้าสูตรเดียวกัน จะเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น หลังสระผมด้วยแชมพูเช็ดผมให้หมาดๆ แล้วทาเซรั่มบริเวณที่มีปัญหา นวดเบาๆ ทิ้งไว้ไม่ต้องล้างออก เซรั่มอาจมีกลิ่นฉุนเล็กน้อยเพราะเป็นสมุนไพรเข้มข้น หลังใช้ 2 ถึง 3 เดือนจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

4. แก้ผมร่วงด้วยการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินเสริม

ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินควรทำควบคู่ไปกับวิธีแก้ผมร่วงวิธีอื่นๆ เช่น กินควบคู่กับการใช้แชมพูแก้ผมร่วง หรือใช้เซรั่มแก้ผมร่วง จะเห็นผลได้ดีมากขึ้น

อาหารเสริมแก้ผมร่วงที่นิยมกันได้แก่

วิตามินบี 6  อาหารเสริมวิตามินบี 6 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยบำรุงให้เส้นผมมีความแข็งแรง พบว่าผู้ที่ขาดวิตามินบีจะทำให้มีผมร่วง แต่ในขณะเดียวกันหากร่างกายได้รับวิตามินบี 6 มากกว่าปกติ 5-6 เท่า ก็จะทำให้มีอาการคลื่นไส้หรือท้องอืด ดังนั้นควรได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณที่พอเหมาะ

ไบโอติน เป็นวิตามินอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเส้นผม ไบโอตินมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าวิตามิน H หรือวิตามินบี 7 พบในอาหารจำพวก ไข่แดง ขนมปังธัญพืช ถั่ว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะไม่ขาดวิตามินไบโอติน เพราะร่างกายต้องการในปริมาณที่ไม่มาก และอีกอย่างร่างกายสามารถสร้างไบโอตินได้เองที่บริเวณลำไส้ใหญ่ แต่ในกลุ่มคนที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ร่างกายอาจไม่สามารถสร้างไบโอตินได้เองจึงทำให้มีอาการผมร่วง ปัจจุบันมีไบโอตินแบบแคปซูลให้เลือกรับประทาน ซึ่งในแต่ละวันไม่ควรรับประทานเกิน 100 ถึง 300 ไมโครกรัม

5. แก้ผมร่วงด้วยการใช้ยารักษา

ต้องขอบอกก่อนว่าการใช้ยารักษาผมร่วงนั้นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยารักษาผมร่วงจะมีผลข้างเคียงตามมา อย่างเช่น ในผู้ชายพบว่าอาจหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งแพทย์จะให้ยา Finasteride ซึ่งยาตัวนี้จะไปยับยั้งทำให้ฮอร์โมน DHT บริเวณหนังศีรษะลดปริมาณลง ซึ่งจะช่วยลดผมร่วงได้

ยาแก้ผมร่วง

Dutasteride เป็นยารับประทานแก้ผมร่วง ยาประเภทนี้มีทั้งแบบยาทาและยากิน มีผลข้างเคียงคล้ายๆ กับ Finasteride แต่ผลลัพธ์จากการใช้ยาจะเริ่มเห็นผลหลังใช้ไปประมาณ 3 เดือน

Minoxidil เป็นยาทาที่ใช้รักษาผมร่วง ผลข้างเคียงของยาประเภทนี้คือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การใช้ยาตัวนี้ให้ทาวันละ 2 ครั้ง ใช้ติดต่อกันนาน 1 ปี อาการผมร่วงจะเริ่มลดลงหลังใช้ 6 เดือน ซึ่งยาชนิดนี้มีทั้งแบบทาและแบบกิน แต่ส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะให้เป็นยาแบบทาเสียมากกว่า เพราะ Minoxidil แบบกินนั้นอาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าแบบทา

6. ใช้ยาปลูกผมแก้ผมร่วง

ยาปลูกผมจะกระตุ้นให้เส้นผมเกิดการงอกขึ้นใหม่แทนเส้นผมที่ขาดหลุดร่วงไป ยาปลูกผมจัดอยู่เป็นยากลุ่มเดียวกับ Finasteride และ Minoxidil ในบางกรณีพบว่ามีการใช้สเตอรอยด์แบบฉีดและแบบกินด้วย ซึ่งเราต้องขอบอกก่อนเลยว่า การใช้ยาปลูกผมควรได้รับการดูแลและคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะไม่อย่างนั้นอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยากลุ่มสเตอรอยด์ อาจมีผลต่อโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตก็เป็นได้

7. ฉีดยาเพื่อแก้ผมร่วง

วิธีการนี้เหมาะกับคนที่มีอาการผมร่วงแบบเป็นหย่อมๆ และผมร่วงเฉียบพลัน ซึ่งอาการผมร่วงแบบนี้เกิดจากภาวะอาการป่วย การฉีดยาปลูกผมแบบนี้จะทำโดยทายาชาก่อนแล้วจึงฉีดวิตามินเพื่อไปกระตุ้นรากผม ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อรอให้วิตามินเสริมกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วแพทย์จะทาเซรั่มที่มีส่วนผสมและมีสรรพคุณในการกระตุ้นให้เส้นผมและรากผมงอกขึ้นใหม่ นวดเซรั่มให้ทั่วศีรษะแล้วทิ้งไว้ อาการข้างเคียงหลังจากฉีดก็คือ บริเวณหนังศีรษะที่ฉีดอาจมีอาการคัน มีรอยแดง หลังฉีดยาปลูกผมให้งดสะผม 1 วันนะคะ

8. ยิงเลเซอร์แก้ผมร่วง
ยิงเลเซอร์แก้ผมร่วง
การยิงเลเซอร์เพื่อรักษาอาการผมร่วง เป็นการกระตุ้นให้หลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะขยายตัว ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เมื่อหลอดเลือดขยายตัวการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ก็จะมีออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ทำให้รากผมได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้นจากการยิงเลเซอร์ และนอกจากนี้ laser ยังเป็นตัวต้านการทำงานของฮอร์โมน dht ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วง การยิงเลเซอร์ส่วนใหญ่จะทำแค่อาทิตย์ละครั้ง ส่วนจำนวนครั้งนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งที่ 5 ขึ้นไป

9. สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง

สมุนไพรไทยในบ้านเรามีหลายตัวที่มีสรรพคุณในการแก้และบรรเทาอาการผมร่วงได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราจะยกตัวอย่างมาให้ทำกันง่ายๆ 3 สูตรนะคะ
สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง

  • แก้ผมร่วงด้วยมะกรูด มะกรูดเป็นสมุนไพรในครัวเรือนของไทยมาแต่โบราณ นอกจากจะใช้เป็นส่วนผสมของการทำอาหารแล้ว ยังนำมาใช้เป็นสูตรบำรุงผมเพื่อแก้ปัญหารังแค ลดผม มันช่วยทำให้ผมนุ่มลื่น และลดผมร่วงได้อีกด้วย วิธีการง่ายๆ ก็คือ นำมะกรูดมาประมาณ 5 ลูก นำมาต้มจนมะกรูดนิ่ม แล้วนำมะกรูดที่ต้มมาคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมะกรูดที่ได้มาชโลมให้ทั่วศรีษะ ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง รับรองได้เลยว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงสุขภาพผมที่ดีขึ้น
  • แก้ผมร่วงด้วยขิง ขั้นตอนง่ายๆ เริ่มต้นจากนำขิงมาย่างบนตะแกรง โดยใช้ไฟอ่อนๆ ย่างให้ขิงอุ่นพอประมาณ ไม่ต้องถึงกับไหม้เกรียม จากนั้นนำขิงมาบดหรือตำให้ละเอียด แล้วนำมาทาให้ทั่วศีรษะหมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมเหมือนปกติ สรรพคุณของน้ำมันในขิงจะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ และยังมีสรรพคุณที่ช่วยกำจัดเชื้อราบนหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงความร้อนของขิงช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี รากผมและเส้นผมก็จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารได้อย่างเต็มที่
  • ใช้เบียร์หมักผมแก้ผมร่วงชัวร์หรือมั่วนิ่ม สูตรนี้ใช้ได้จริง โดยนำเบียร์มาชโลมให้ทั่วศรีษะ หมักทิ้งไว้ใช้หมวกหรือผ้าพันทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสระผมปกติ ในเบียร์มียีสต์ที่ชื่อว่าบริเวอร์ยีสต์ ซึ่งประกอบไปด้วยวิตามินที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ถ้าหากใครที่ไม่สะดวกจะใช้เบียร์ในการหมักผม ก็ลองเปลี่ยนไปใช้ทรีทเม้นท์ที่มีส่วนผสมของไบโอตินก็อาจจะสะดวกมากกว่า

10. การปลูกผมแก้ปัญหาผมร่วง หัวล้าน

ศัลยกรรมปลูกผมในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก การปลูกผมเป็นการแก้ปัญหาสำหรับคนที่ศีรษะล้านได้อย่างถาวร การศัลยกรรมปลูกผมเป็นการปลูกถ่ายยายเส้นผมบริเวณท้ายทอยด้านหลังศีรษะมาปลูกบริเวณที่ไม่มีผมหรือศีรษะล้าน วิธีการทำนั้นก็มีหลายเทคนิค

  • ปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Dermal lens ในประเทศไทยวิธีนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก ทำให้ราคาการปลูกผมด้วยวิธีนี้ค่อนข้างสูง และได้รับความนิยมน้อย การปลูกผมด้วยวิธีนี้แพทย์จะเก็บรากผมแล้วนำไปปลูกบนแผ่นปลูกเทียมในห้องทดลอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเฉพาะในประเทศอเมริกา เมื่อรากผมที่นำไปปลูกบนแผ่นปลูกผมเทียมงอกขึ้น จึงนำผมที่ได้มาปลูกบนหนังศีรษะของคนไข้ ซึ่งในอนาคตคาดว่าวิธีการนี้คงจะแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย
  • FUT หรือ Follicular Unit Transplantation จัดเป็นการผ่าตัดปลูกผมขนาดเล็ก โดยการย้ายเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรงทำมาปลูกบริเวณที่ผมบาง ศีรษะล้าน ในขณะผ่าตัดไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แต่ใช้เป็นการฉีดชายาแทน ก่อนผ่าตัดศัลยกรรมแพทย์จะต้องทำการประเมินก่อนว่าต้องทำการปลูกกี่กราฟ จากนั้นแพทย์จะทำการกรีดผิวหนังเพื่อลอกชั้นผิวหนังที่มีรากผมหนาแน่นบริเวณท้ายทอย แล้วค่อยเย็บปิดแผล จากนั้นทำการคัดแยกเซลล์ผมที่แข็งแรงโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีความละเอียดสูง นำเซลล์รากผมไปเก็บไว้ในน้ำยาเพื่อรักษาสภาพผม นำผมที่ทำการคัดแยกแล้วมาปลูกตรงบริเวณที่ศีรษะล้านหรือผมบาง
การปลูกผมแบบ FUT
ขอบคุณรูปภาพจาก www.thaihairmaster.com
  • FUE หรือ Follicular Unit Extraction การปลูกผมด้วยวิธีนี้จะใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์เจาะบริเวณผิวหนังให้เป็นรูเล็กๆ แล้วเคลื่อนย้ายรากผมบริเวณท้ายทอยมาปลูกตามรูที่เจาะไว้ ข้อควรระวังของวิธีนี้คือต้องระวังการติดเชื้อ หรือในบางกรณีอาจพบว่ารากผมหลุดร่วงไปทำให้ไม่งอกใหม่ แต่วิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์และมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกคน คนที่เหมาะกับการปลูกผมแบบ FUE คือคนที่ศีรษะล้านมาเป็นระยะเวลานาน และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีอาการผมร่วงหรือศีรษะล้านมากไปกว่าเดิม ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ตัดสินใจก็คือแพทย์ที่จะต้องประเมินอีกทีว่าคุณสามารถปลูกผมได้หรือไม่