10 วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

0
3760

แชมพูรักษาผมร่วง

รวมสูตรแก้ผมร่วง วิธีแก้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน วิธีไหนที่ดีที่สุด

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงวิธีแก้ผมร่วง เราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าสาเหตุจริงๆ แล้วที่ทำให้ผมร่วงนั้นเกิดจากอะไรบ้าง

สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง

10 สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน

1. ผมร่วงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สาเหตุนี้เป็นผลกระทบโดยตรงที่ทำให้ผมร่วง สาเหตุการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ก็อย่างเช่น ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน ผมร่วงหลังคลอด เพราะหลังคลอดฮอร์โมนของร่างกายมักมีการเปลี่ยนแปลงแบบเฉียบพลัน ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด หรือผู้ที่มีอาการผมร่วงหลังจากได้รับการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงแทบทั้งสิ้น เพราะฮอร์โมนในร่างกายนั้นไม่สมดุล

2. ผมร่วงจากกรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม ซึ่งได้รับมาจากทางฝ่ายเป็นพ่อหรือฝ่ายแม่ ซึ่งสาเหตุนี้จะพบได้มากที่สุดถึงร้อยละ 90 ของผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้าน ผมบาง ส่วนมากอาการที่แสดงออกให้เห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ บริเวณกลางศีรษะผมจะบางมากจนเห็นหนังศรีษะ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

  • ผมร่วงระยะเริ่มต้น ผมเริ่มบางลง ตามรอยที่แสกผมจะเริ่มเห็นได้ ลักษณะเส้นผมที่เคยหนาก็จะเริ่มเล็กลงบางลง สำหรับระยะนี้ยังไม่ต้องถึงขั้นปลูกผม เพราะเป็นระยะเริ่มแรกเท่านั้น ควรดูแลและบำรุงผมให้มากขึ้น
  • ผมร่วงระยะเริ่มรุนแรง ผมเริ่มบางมากขึ้นจนเริ่มเห็นหนังศรีษะได้ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะจะเริ่มขยายวงใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม วิธีการรักษาเบื้องต้นควรใช้ยาเพื่อชะลอการหลุดร่วงของผม และช่วยให้ผมร่วงน้อยลง หรือสำหรับใครที่ต้องการปลูกผมก็สามารถทำได้
  • ผมร่วงระยะรุนแรง  ในระยะนี้ลักษณะผมจะบางมากจนเห็นหนังศรีษะได้ชัดมาก ในบางกรณีก็เห็นหนังศรีษะเป็นมันวาว บริเวณที่ศีรษะล้านขยายวงกว้างไปโดยรอบเป็นวงใหญ่ ซึ่งเกิดจากการสูญเสียผมไปเป็นจำนวนมาก

ภาวะผมร่วง

3. ผมร่วงจากภาวะหลังคลอด ส่วนใหญ่จะพบอาการผมร่วงหลังคลอดประมาณ 3 เดือน สาเหตุเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพราะในช่วงที่ตั้งครรภ์ทารกฮอร์โมนบางชนิดมีการเพิ่มปริมาณขึ้นทำให้ผมร่วงน้อยลงอย่างมาก เมื่อหลังจากคลอดแล้วฮอร์โมนตัวนี้จะลดระดับลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วง เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนกลับเข้ามาสู่ระดับปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นในเวลา 6 เดือน หากอาการไม่ดีขึ้นก็ควรเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและหาแนวทางรักษา

4. ผมร่วงจากการใช้ยาบางประเภท ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่ายาบางชนิดก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ยารักษาโรคเก๊าท์ ยาต้านเกล็ดเลือด ยาคุมกำเนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า วิตามินเอก็เช่นกัน หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้ ดังนั้นการใช้ยาเหล่านี้ ควรได้รับคำแนะนำกับแพทย์อย่างใกล้ชิด ผมร่วงเนื่องจากการใช้ยา อาการผมร่วงจะลดลงเมื่อหยุดยาเหล่านี้

5. ผมร่วงจากโรคบางชนิด ยกตัวอย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคลูปัส โรคเหล่านี้ในระยะเริ่มแรกจะมีอาการผมร่วงแสดงออกให้เห็น ดังนั้นใครที่มีผมร่วงและกลัวว่าจะเป็นโรคเหล่านี้ ก็สามารถไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยได้จะได้ไม่ต้องกังวลใจมากเกินไปนัก

6. ผมร่วงจากเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งอาจเกิดจากการสระผมแล้วไม่ยอมเช็ดผมให้แห้ง ทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ หรือเป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงได้โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ดังนั้นหลังสระผมหรือหลังจากที่ผมเปียกทุกครั้งควรเช็ดผมให้แห้ง

7. ผมร่วงจากภาวะความเครียด ความเครียดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วง ผมหงอก มากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลไปถึงเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงรากผม ทำให้ผมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนำไปสู่ปัญหาผมร่วงในที่สุด

8. ผมร่วงจากการขาดวิตามิน หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ สาเหตุของผมร่วงอาจเกิดได้จากการที่ร่างกายขาดวิตามินบีและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 6 ไบโอติน อินโนซิทอล และโฟลิกแอซิด แมกนีเซียม ซัลเฟต สังกะสี โดยเฉพาะวิตามินบี 5 และ b3 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อเส้นผม เพราะเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของเส้นผม  ในกลุ่มคนที่ขาดวิตามิน เมื่อร่างกายได้รับวิตามินหรืออาหารในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดผมร่วงได้ แต่ในบางกรณีต้องระวังเช่นกัน เช่น หากใครที่ได้รับวิตามินเอสูงเกินขนาดที่ร่างกายต้องการอาจทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้

9. ผมร่วงเนื่องจากใช้สารเคมีบ่อยเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการย้อมสีผม การยืดผม การดัดผม สารเคมีต่างๆ เหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมเสียและส่งผลให้ผมร่วงในที่สุด ในบางกรณีอาจพบว่าหนังศรีษะก็แพ้ระคายเคือง ทำให้หนังศีรษะอ่อนแอ ก็จะยิ่งส่งผลเสียมากขึ้นอีก ดังนั้นใครที่ชอบทำสีดัดผมยืดผมก็ลดจำนวนครั้งลงหน่อยนะคะ เพื่อสุขภาพผมที่ดีของคุณเอง

10. ผมร่วงเนื่องจากเลือกใช้แชมพูสระผมหรือครีมนวดไม่ตรงกับสภาพเส้นผมของคุณ ในปัจจุบันมีแชมพูยาสระผมให้เลือกซื้อมากมายหลายแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นสารสกัดทางเคมีแทบทั้งสิ้น เราจึงขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนยาสระผมจากเดิมมาใช้แชมพูสมุนไพรบัวสีฟ้า ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ช่วยรักษาบำรุงผมและลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี และยังช่วยชำระล้างความมันบนหนังศีรษะได้อย่างหมดจด หากใครที่ใช้แชมพูเคมีมาอย่างต่อเนื่อง ลองดูนะคะเปลี่ยนมาใช้แชมพูสมุนไพร ให้สมุนไพรได้ชำระล้างสารเคมีตกค้างต่างๆ ให้กับหนังศีรษะคุณเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

แชมพูลดผมร่วง

วิธีป้องกันผมร่วง

20 เคล็ดลับวิธีป้องกันผมร่วง ก่อนที่จะสายเกินแก้

1. สระผมด้วยวิธีที่ถูกต้อง

ใน 1 วันควรไม่ควรสระผมมากกว่า 1 ครั้ง และก่อนการสระผมทุกครั้งควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ก่อนที่จะชโลมแชมพูสระผมลงบนเส้นผมของคุณ เพราะคุณรู้หรือไม่ว่าบนเส้นผมของคุณมีสิ่งสกปรกติดอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคราบเหงื่อหรือสิ่งสกปรกต่างๆ จึงควรล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไปเสียก่อน แล้วจึงค่อยชโลมแชมพูเพื่อทำความสะอาดเส้นผม เวลาสระผมทุกครั้งคุณไม่ควรขยี้ผมแรงๆ หรือใช้เล็บเกาหนังศีรษะ เพราะนั่นอาจทำให้หนังศรีษะเป็นแผลและเกิดการติดเชื้อได้อย่างง่ายดาย การสระผมควรใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะ เป็นวงวงอย่างเบาๆ เพราะนอกจากจะไม่ทำร้ายหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยถนอมเส้นผมและทำให้ระบบไหลเวียนบริเวณหนังศีรษะไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้นอีกด้วย 

2. เลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น

หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง คุณควรหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เพราะหลายคนมักจะชื่นชอบการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น และมักเข้าใจผิดว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นนั้นจะล้างความสกปรกได้ดีกว่า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าคุณเข้าใจผิดเพราะความจริงคือ น้ำอุ่นจะทำร้ายเส้นผมของเราทำให้ผมแห้งแตกปลายรวมไปถึงหนังศีรษะก็แห้งด้วยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้เป็นของเราอ่อนแอมากกว่าที่ควรจะเป็น และทำให้ผมร่วงในที่สุด ดังนั้นเป็นไปได้ก็ลองเปลี่ยนมาใช้น้ำในอุณหภูมิปกติแทนน้ำอุ่นนะคะ

3. เลือกใช้ยาสระผมและครีมนวดบำรุงผมให้เหมาะกับเส้นผมของเรา

ยาสระผมและครีมนวดที่เลือกใช้ควรมีฤทธิ์อ่อนๆ หากเป็นแชมพูหรือครีมนวดที่เป็นออแกนิคก็จะยิ่งดี ส่วนผสมในแชมพูควรจะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงเส้นผมเป็นสำคัญ แชมพูบัวศรีฟ้ามีส่วนประกอบสำคัญเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดผมร่วง และยังมีส่วนประกอบของวิตามินหลักๆ ที่สำคัญที่ช่วยในการบำรุงให้เส้นผมเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ลองให้แชมพูบัวศรีฟ้าเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วงทางเลือกหนึ่งของคุณดูนะคะ

4. สวยจากภายในด้วยการออกกำลังกาย

นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนได้ดี ทำให้จิตใจผ่องใส ไม่เครียด ไม่กังวล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เส้นผมของคุณแข็งแรงด้วย วิธีนี้ง่ายมากๆ สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ

5. เลิกลดความอ้วนแบบผิดวิธี

สำหรับสาวๆ ที่ชอบลดความอ้วนด้วยการอดอาหารนั้น นอกจากจะทำให้ร่างกายของคุณไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอแล้วยังส่งผลไปถึงเส้นผมของคุณอีกด้วย เพราะเมื่อร่างกายได้สารอาหารไม่ครบถ้วน เส้นผมของคุณก็จะอ่อนแอบอบบางและส่งผลให้หลุดร่วงได้ง่ายขึ้น การรับประทานอาหารควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมไปถึงวิตามินเกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญด้วย โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง และที่สำคัญควรดื่มน้ำอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ลิตร หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่ผงชูรส และเลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงบุหรี่ด้วย ทำได้เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ผมของคุณกลับมาแข็งแรงดังเดิม

6. สำหรับคนผมยาวไม่ควรรัดผมแน่นมากเกินไป

เพราะการมัดผมรวบผมตึงๆ หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไป ก็จะเป็นการทำร้ายเส้นผมของคุณได้เช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ชอบรัดผมหรือถักผม ควรปล่อยผมเสียบ้าง เพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ดึงรั้งหนังศรีษะ และที่สำคัญก็ไม่ควรสวมหมวกตลอดเวลา เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สุขภาพผมคุณดีขึ้นได้แล้ว เป็นอีกวิธีการป้องกันผมร่วงผมเสียได้แบบไม่ยาก

7. หมักผมด้วยสูตรจากธรรมชาติ

ใน 1 สัปดาห์ลองหาเวลาซัก 1 วัน ในการหมักผมด้วยสูตรธรรมชาติ เพื่อบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ เช่น หมักผมด้วยไข่แดงผสมน้ำผึ้ง หรือจะหมักด้วยน้ำแอปเปิ้ลหมักประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก่อนสระผมด้วยแชมพู เพียงเท่านี้ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมของคุณให้แข็งแรงและช่วยลดผมร่วงได้แล้วค่ะ

8. นวดศีรษะตัวช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

ทำได้ง่ายๆ โดยใช้นิ้วมือทั้ง 5 วางลงบนศรีษะแล้วนวดเบาเบาเป็นวงกลม หรือบางคนอาจจะใช้น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันเมล็ดอัลมอนด์ นวดก็ได้เช่นกัน ควรนวดอย่างน้อย 15 นาทีต่อวัน เวลานอนไม่ควรนอนยกหมอนสูง ควรนอนให้ศีรษะอยู่ในระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าร่างกาย เพราะจะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้อย่างทั่วถึง

9. กำจัดรังแคซะ

การกำจัดรังแคบนหนังศีรษะของคุณซะจะช่วยลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี เพราะรังแคเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการคันบนหนังศีรษะ และเมื่อเราเก่าก็จะเป็นการทำร้ายหนังศีรษะโดยตรง ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมหลุดร่วงในเวลาต่อมา ดังนั้นเราก็ต้องจัดการกับตัวต้นเหตุนั้นก็คือ “รังแค” ควรเลือกใช้ยาสระผมที่มีส่วนผสมช่วยกำจัดรังแค หากไม่หายก็ลองไปพบแพทย์เพื่อหาแนวทางรักษาให้หายขาด

10. ไม่ควรนอนทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้ง

สำหรับใครที่ชอบสระผมตอนกลางคืน ต้องระวังเป็นพิเศษ การที่เรานอนทั้งที่ผมยังเปียกอยู่นั้น อาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ง่าย และจะทำให้เชื้อราแพร่กระจายไปยังหมอน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับ ทำให้คันหนังศีรษะ และเป็นรังแคในที่สุด ซึ่งเป็นผลทำให้หนังศีรษะอ่อนแอ ผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย และเวลานอนก็ไม่ควรมัดผมเพราะจะทำให้เส้นผมหักงอโครงสร้างผมเสีย
แชมพูปลูกสมุนไพร

11. หลีกเลี่ยงสารเคมีทุกชนิด

ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาย้อมสีผม น้ำยายืดผม น้ำยาโกรกผม น้ำยาดัดผม และสารเคมีชนิดอื่นๆ

12. หลีกเลี่ยงผมจากความร้อน

เช่น การไดร์ผม หรือหนีบผม เพราะการที่ผมได้รับความร้อนต่อเนื่องเป็นประจำ จะทำให้ผมเสียเปราะบางขาดง่าย ความร้อนเหล่านี้จะไปทำลายเคลือบผม รวมไปถึงโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ดังนั้นสำหรับสาวๆ ผมยาว หลังสระผมลองหันมาใช้พัดลมเป่าผม หรือจะเลือกซื้อไดร์เป่าผมที่มีลมเย็นมาใช้ก็จะเป็นการดีกว่า หรือจะลองเลือกใช้สเปรย์เนเชอรัลสปริงมิสต์ของบัวศรีฟ้า เป็นสเปรย์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับคนผมร่วงโดยเฉพาะ สเปรย์จะช่วยป้องกันรังสี uv ช่วย เพิ่มความนุ่มลื่นให้กับเส้นผม ไม่ทำให้เส้นผมพันกัน ผมนุ่มสลวย และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากธรรมชาติก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ

13. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมให้ถูกประเภท

ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผม ไม่ว่าจะเป็น เจล สเปรย์ แว๊ก มูส ส่วนใหญ่จะมีเนื้อครีมที่หนา เพราะจะช่วยล็อคทรงผมให้อยู่ได้ยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมเหล่านี้จะมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่เป็นจำนวนมาก alcohol คือตัวร้ายสำหรับเส้นผมที่จะทำให้ผมของเราแห้งเสียได้ง่าย ข้อแนะนำคือให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์แต่งทรงผมที่มีเนื้อครีมบางเบา ถ้าเป็นสเปย์ก็เลือกใช้แบบที่ไม่ทำให้เส้นผมเหนียวเหนอะหนะมากจนเกินไป ก็จะทำให้ช่วยลดผมร่วงลงได้บ้าง

14. ทุกสัปดาห์ควรทำความสะอาดหวี

เพราะในแต่ละวันก็มีสิ่งสกปรกที่อยู่ตามเส้นผมของเรา การใช้หวีหรือแปรงผมโดยที่ไม่ทำความสะอาดก็เหมือนเป็นการหมักผมสะสมของเชื้อแบคทีเรียไว้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการนำแปรงออกมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าแน่นอน ที่จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคและแบคทีเรียจากหวีอันเป็นสาเหตุที่จะทำให้ผมร่วง

15. ขณะที่ผมเปียกไม่ควรทำรุนแรงกับเส้นผม

อย่างเช่น การหวีผมแรงๆ การใช้ผ้าเช็ดผมแรงๆ เพราะขณะที่ผมเปียกนั้นเส้นผมจะอ่อนแอมากกว่าปกติ และยังเป็นการทำให้สารเคลือบรวมไปถึงโปรตีนที่เคลือบเส้นผมอยู่ถูกทำลายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นขณะที่ผมเปียกควรเช็ดผมอย่างเบามือเพื่อเป็นการถนอมเส้นผมของคุณ

16. หลีกเลี่ยงการตากแดด โดนแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ

โดยเฉพาะในช่วงเช้าตั้งแต่ 10 โมงจนถึงช่วงบ่าย 2 โมง ในช่วงเวลานี้รังสียูวีจะทำร้ายเส้นผมของคุณได้ง่ายมากๆ โดยเฉพาะในบ้านเราอากาศร้อนมากๆ ก็จะทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และรังสียูวียังทำลายเคลือบผมโปรตีนที่เคลือบเส้นผมของเราอยู่ ทำให้ผมและบางอ่อนแอขาดหลุดร่วงได้อย่างง่ายดาย การใช้สเปรย์หรือเซรั่มบำรุงผมจะช่วยปกป้องเส้นผมของคุณจากแสงแดดได้ดีกว่า

17. หลังว่ายน้ำทุกครั้งควรล้างผมด้วยน้ำสะอาด

และสระผมในทันทีไม่ควรทิ้งไว้จนแห้งหรือข้ามวัน เพราะนั่นอาจทำให้ผมของคุณเสียได้มากกว่าเดิม

18. สำหรับสาวๆ ที่มีการใช้ยาคุม

ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะส่วนใหญ่คนที่ใช้ยาคุมกำเนิดจะมีปัญหาผมหลุดร่วง ซึ่งพบได้บ่อยเพราะฮอร์โมนของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง เพราะในยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบที่เป็นฮอร์โมนเพศชาย ข้อแนะนำเบื้องต้นคือให้เลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชายในปริมาณที่ไม่สูงมาก ก็จะช่วยลดปัญหาผมร่วงจากการใช้ยาคุมได้พอสมควร

19. หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูแห้งบ่อยๆ

สำหรับใครที่เน้นความสะดวก แล้วมักจะเลือกใช้แชมพูแห้งสระผม รู้หรือไม่ว่าวิธีนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมของคุณร่วงมากขึ้น เพราะการใช้แชมพูแห้งจะทำให้หนังศีรษะของคุณมีสารเคมีตกค้างอยู่ ทำให้หนังศีรษะเกิดการอุดตัน ส่งผลให้รากผมอ่อนแอและผมหลุดร่วงได้ ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นมากจริงๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้แชมพูแห้งจะเป็นการดีที่สุดค่ะ

20. ป้องกันผมร่วงจากการใช้ยาบางประเภท

เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด ยาแก้โรคซึมเศร้า หรือยาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ผู้ที่ใช้ยากลุ่มเหล่านี้อาจจะมีปัญหาผมร่วงมากกว่าคนปกติ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา ซึ่งกรณีเช่นนี้ต้องปรึกษากับแพทย์ผู้รักษาโรคว่าจะแก้ไขได้อย่างไรบ้าง สำหรับใครที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ไม่ควรทิ้งไว้ เราขอแนะนำให้คุณเข้าไปพบแพทย์เพื่อหาทางป้องกันหรือรักษาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป อาจทำให้คุณเสียเส้นผมของคุณไปตลอดกาล

วิธีแก้ปัญหาผมร่วง

10 วิธีแก้ปัญหาผมร่วง จัดการผมร่วงได้อยู่หมัด

1. ลดผมร่วงด้วยแชมพูแก้ผมร่วง

การเลือกใช้แชมพูสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการป้องกันผมร่วงลดผมร่วง เช่น ฟักข้าว ใบชะคราม ว่านหางจระเข้ ขิง เป็นส่วนผสม แชมพูสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ และช่วยลดผมร่วงได้เป็นอย่างดี
แชมพูแก้ผมร่วง

หรือจะเลือกใช้แชมพูที่มีสรรพคุณที่ช่วยลดการเปลี่ยนฮอร์โมนเทสเตอโรนไปเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งฮอร์โมนดีเอชทีนี้จะทำให้รูขุมขนมีขนาดเล็กลง ทำให้เส้นผมที่งอกออกมามีเส้นเล็กและบาง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมเปราะบาง ขาดหลุดร่วงง่าย

2. ทำทรีทเมนท์ลดผมร่วง 

การทำทรีทเมนท์หมักผมก็เหมือนกับการสระผมด้วยแชมพูแก้ผมร่วง ทำโดยการนำทรีทเมนท์แก้ผมร่วงมาหมักพอกให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วใช้หมวกหรือผ้าคลุมผพันทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที ตัวทรีทเมนท์จะเข้าไปบำรุงเส้นผมและให้สารอาหารที่จำเป็นแก่เส้นผม แต่มีข้อแนะนำว่า หากใช้ทรีทเม้นท์แล้ว เวลาสระผมก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมนวดอีก

3. แก้ผมร่วงด้วยการใช้เซรั่มปลูกผม

เซรั่มปลูกผมบัวศรีฟ้าเป็นเซรั่มสมุนไพร ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรที่ช่วยในการปลูกผมและลดผมร่วงโดยเฉพาะ เป็นสมุนไพรสกัดเข้มข้น ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี จึงไม่ทำให้แพ้ระคายเคือง วิธีการใช้ใช้คู่กับแชมพูครีมนวดบัวสีฟ้าสูตรเดียวกัน จะเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น หลังสระผมด้วยแชมพูเช็ดผมให้หมาดๆ แล้วทาเซรั่มบริเวณที่มีปัญหา นวดเบาๆ ทิ้งไว้ไม่ต้องล้างออก เซรั่มอาจมีกลิ่นฉุนเล็กน้อยเพราะเป็นสมุนไพรเข้มข้น หลังใช้ 2 ถึง 3 เดือนจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ

4. แก้ผมร่วงด้วยการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินเสริม

ซึ่งการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินควรทำควบคู่ไปกับวิธีแก้ผมร่วงวิธีอื่นๆ เช่น กินควบคู่กับการใช้แชมพูแก้ผมร่วง หรือใช้เซรั่มแก้ผมร่วง จะเห็นผลได้ดีมากขึ้น

อาหารเสริมแก้ผมร่วงที่นิยมกันได้แก่

วิตามินบี 6  อาหารเสริมวิตามินบี 6 เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยบำรุงให้เส้นผมมีความแข็งแรง พบว่าผู้ที่ขาดวิตามินบีจะทำให้มีผมร่วง แต่ในขณะเดียวกันหากร่างกายได้รับวิตามินบี 6 มากกว่าปกติ 5-6 เท่า ก็จะทำให้มีอาการคลื่นไส้หรือท้องอืด ดังนั้นควรได้รับวิตามินบี 6 ในปริมาณที่พอเหมาะ

ไบโอติน เป็นวิตามินอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความสำคัญต่อเส้นผม ไบโอตินมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าวิตามิน H หรือวิตามินบี 7 พบในอาหารจำพวก ไข่แดง ขนมปังธัญพืช ถั่ว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะไม่ขาดวิตามินไบโอติน เพราะร่างกายต้องการในปริมาณที่ไม่มาก และอีกอย่างร่างกายสามารถสร้างไบโอตินได้เองที่บริเวณลำไส้ใหญ่ แต่ในกลุ่มคนที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ร่างกายอาจไม่สามารถสร้างไบโอตินได้เองจึงทำให้มีอาการผมร่วง ปัจจุบันมีไบโอตินแบบแคปซูลให้เลือกรับประทาน ซึ่งในแต่ละวันไม่ควรรับประทานเกิน 100 ถึง 300 ไมโครกรัม

5. แก้ผมร่วงด้วยการใช้ยารักษา

ต้องขอบอกก่อนว่าการใช้ยารักษาผมร่วงนั้นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะยารักษาผมร่วงจะมีผลข้างเคียงตามมา อย่างเช่น ในผู้ชายพบว่าอาจหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งแพทย์จะให้ยา Finasteride ซึ่งยาตัวนี้จะไปยับยั้งทำให้ฮอร์โมน DHT บริเวณหนังศีรษะลดปริมาณลง ซึ่งจะช่วยลดผมร่วงได้

ยาแก้ผมร่วง

Dutasteride เป็นยารับประทานแก้ผมร่วง ยาประเภทนี้มีทั้งแบบยาทาและยากิน มีผลข้างเคียงคล้ายๆ กับ Finasteride แต่ผลลัพธ์จากการใช้ยาจะเริ่มเห็นผลหลังใช้ไปประมาณ 3 เดือน

Minoxidil เป็นยาทาที่ใช้รักษาผมร่วง ผลข้างเคียงของยาประเภทนี้คือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การใช้ยาตัวนี้ให้ทาวันละ 2 ครั้ง ใช้ติดต่อกันนาน 1 ปี อาการผมร่วงจะเริ่มลดลงหลังใช้ 6 เดือน ซึ่งยาชนิดนี้มีทั้งแบบทาและแบบกิน แต่ส่วนใหญ่แล้วคุณหมอจะให้เป็นยาแบบทาเสียมากกว่า เพราะ Minoxidil แบบกินนั้นอาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าแบบทา

6. ใช้ยาปลูกผมแก้ผมร่วง

ยาปลูกผมจะกระตุ้นให้เส้นผมเกิดการงอกขึ้นใหม่แทนเส้นผมที่ขาดหลุดร่วงไป ยาปลูกผมจัดอยู่เป็นยากลุ่มเดียวกับ Finasteride และ Minoxidil ในบางกรณีพบว่ามีการใช้สเตอรอยด์แบบฉีดและแบบกินด้วย ซึ่งเราต้องขอบอกก่อนเลยว่า การใช้ยาปลูกผมควรได้รับการดูแลและคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะไม่อย่างนั้นอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยากลุ่มสเตอรอยด์ อาจมีผลต่อโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตก็เป็นได้

7. ฉีดยาเพื่อแก้ผมร่วง

วิธีการนี้เหมาะกับคนที่มีอาการผมร่วงแบบเป็นหย่อมๆ และผมร่วงเฉียบพลัน ซึ่งอาการผมร่วงแบบนี้เกิดจากภาวะอาการป่วย การฉีดยาปลูกผมแบบนี้จะทำโดยทายาชาก่อนแล้วจึงฉีดวิตามินเพื่อไปกระตุ้นรากผม ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อรอให้วิตามินเสริมกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วแพทย์จะทาเซรั่มที่มีส่วนผสมและมีสรรพคุณในการกระตุ้นให้เส้นผมและรากผมงอกขึ้นใหม่ นวดเซรั่มให้ทั่วศีรษะแล้วทิ้งไว้ อาการข้างเคียงหลังจากฉีดก็คือ บริเวณหนังศีรษะที่ฉีดอาจมีอาการคัน มีรอยแดง หลังฉีดยาปลูกผมให้งดสะผม 1 วันนะคะ

8. ยิงเลเซอร์แก้ผมร่วง
ยิงเลเซอร์แก้ผมร่วง
การยิงเลเซอร์เพื่อรักษาอาการผมร่วง เป็นการกระตุ้นให้หลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะขยายตัว ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น เมื่อหลอดเลือดขยายตัวการไหลเวียนเลือดดีขึ้น ก็จะมีออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ทำให้รากผมได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้นจากการยิงเลเซอร์ และนอกจากนี้ laser ยังเป็นตัวต้านการทำงานของฮอร์โมน dht ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วง การยิงเลเซอร์ส่วนใหญ่จะทำแค่อาทิตย์ละครั้ง ส่วนจำนวนครั้งนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งที่ 5 ขึ้นไป

9. สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง

สมุนไพรไทยในบ้านเรามีหลายตัวที่มีสรรพคุณในการแก้และบรรเทาอาการผมร่วงได้เป็นอย่างดี ซึ่งเราจะยกตัวอย่างมาให้ทำกันง่ายๆ 3 สูตรนะคะ
สูตรสมุนไพรแก้ผมร่วง

  • แก้ผมร่วงด้วยมะกรูด มะกรูดเป็นสมุนไพรในครัวเรือนของไทยมาแต่โบราณ นอกจากจะใช้เป็นส่วนผสมของการทำอาหารแล้ว ยังนำมาใช้เป็นสูตรบำรุงผมเพื่อแก้ปัญหารังแค ลดผม มันช่วยทำให้ผมนุ่มลื่น และลดผมร่วงได้อีกด้วย วิธีการง่ายๆ ก็คือ นำมะกรูดมาประมาณ 5 ลูก นำมาต้มจนมะกรูดนิ่ม แล้วนำมะกรูดที่ต้มมาคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมะกรูดที่ได้มาชโลมให้ทั่วศรีษะ ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง รับรองได้เลยว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงสุขภาพผมที่ดีขึ้น
  • แก้ผมร่วงด้วยขิง ขั้นตอนง่ายๆ เริ่มต้นจากนำขิงมาย่างบนตะแกรง โดยใช้ไฟอ่อนๆ ย่างให้ขิงอุ่นพอประมาณ ไม่ต้องถึงกับไหม้เกรียม จากนั้นนำขิงมาบดหรือตำให้ละเอียด แล้วนำมาทาให้ทั่วศีรษะหมักทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และสระผมเหมือนปกติ สรรพคุณของน้ำมันในขิงจะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกขึ้นใหม่ และยังมีสรรพคุณที่ช่วยกำจัดเชื้อราบนหนังศีรษะได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงความร้อนของขิงช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี รากผมและเส้นผมก็จะได้รับออกซิเจนและสารอาหารได้อย่างเต็มที่
  • ใช้เบียร์หมักผมแก้ผมร่วงชัวร์หรือมั่วนิ่ม สูตรนี้ใช้ได้จริง โดยนำเบียร์มาชโลมให้ทั่วศรีษะ หมักทิ้งไว้ใช้หมวกหรือผ้าพันทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสระผมปกติ ในเบียร์มียีสต์ที่ชื่อว่าบริเวอร์ยีสต์ ซึ่งประกอบไปด้วยวิตามินที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผม ถ้าหากใครที่ไม่สะดวกจะใช้เบียร์ในการหมักผม ก็ลองเปลี่ยนไปใช้ทรีทเม้นท์ที่มีส่วนผสมของไบโอตินก็อาจจะสะดวกมากกว่า

10. การปลูกผมแก้ปัญหาผมร่วง หัวล้าน

ศัลยกรรมปลูกผมในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก การปลูกผมเป็นการแก้ปัญหาสำหรับคนที่ศีรษะล้านได้อย่างถาวร การศัลยกรรมปลูกผมเป็นการปลูกถ่ายยายเส้นผมบริเวณท้ายทอยด้านหลังศีรษะมาปลูกบริเวณที่ไม่มีผมหรือศีรษะล้าน วิธีการทำนั้นก็มีหลายเทคนิค

  • ปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Dermal lens ในประเทศไทยวิธีนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก ทำให้ราคาการปลูกผมด้วยวิธีนี้ค่อนข้างสูง และได้รับความนิยมน้อย การปลูกผมด้วยวิธีนี้แพทย์จะเก็บรากผมแล้วนำไปปลูกบนแผ่นปลูกเทียมในห้องทดลอง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเฉพาะในประเทศอเมริกา เมื่อรากผมที่นำไปปลูกบนแผ่นปลูกผมเทียมงอกขึ้น จึงนำผมที่ได้มาปลูกบนหนังศีรษะของคนไข้ ซึ่งในอนาคตคาดว่าวิธีการนี้คงจะแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย
  • FUT หรือ Follicular Unit Transplantation จัดเป็นการผ่าตัดปลูกผมขนาดเล็ก โดยการย้ายเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรงทำมาปลูกบริเวณที่ผมบาง ศีรษะล้าน ในขณะผ่าตัดไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แต่ใช้เป็นการฉีดชายาแทน ก่อนผ่าตัดศัลยกรรมแพทย์จะต้องทำการประเมินก่อนว่าต้องทำการปลูกกี่กราฟ จากนั้นแพทย์จะทำการกรีดผิวหนังเพื่อลอกชั้นผิวหนังที่มีรากผมหนาแน่นบริเวณท้ายทอย แล้วค่อยเย็บปิดแผล จากนั้นทำการคัดแยกเซลล์ผมที่แข็งแรงโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีความละเอียดสูง นำเซลล์รากผมไปเก็บไว้ในน้ำยาเพื่อรักษาสภาพผม นำผมที่ทำการคัดแยกแล้วมาปลูกตรงบริเวณที่ศีรษะล้านหรือผมบาง
การปลูกผมแบบ FUT
ขอบคุณรูปภาพจาก www.thaihairmaster.com
  • FUE หรือ Follicular Unit Extraction การปลูกผมด้วยวิธีนี้จะใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์เจาะบริเวณผิวหนังให้เป็นรูเล็กๆ แล้วเคลื่อนย้ายรากผมบริเวณท้ายทอยมาปลูกตามรูที่เจาะไว้ ข้อควรระวังของวิธีนี้คือต้องระวังการติดเชื้อ หรือในบางกรณีอาจพบว่ารากผมหลุดร่วงไปทำให้ไม่งอกใหม่ แต่วิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์และมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกคน คนที่เหมาะกับการปลูกผมแบบ FUE คือคนที่ศีรษะล้านมาเป็นระยะเวลานาน และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีอาการผมร่วงหรือศีรษะล้านมากไปกว่าเดิม ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ตัดสินใจก็คือแพทย์ที่จะต้องประเมินอีกทีว่าคุณสามารถปลูกผมได้หรือไม่

ผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วง